
พระจันทร์ยิ้ม...ในวันที่ฉันเศร้าหมอง
ฉันบ้ารึเปล่า...ชีวิตไม่ได้ทุกข์มาก..จะร้องไห้ทำไม
มีใครเคยเป็นบ้างไหม..เวลาอยู่คนเดียว..มันเงียบ..เงียบ..มีเวลาคิดเรื่องโน้นเรื่องนี้
คิดมากไป..คิดเศร้าไป..น้ำตามันก็ไหลไป..
นานแล้ว..ที่ไม่เคยมีหยดน้ำแห่งความเศร้าออกมาจากตาของฉัน
จำได้ครั้งล่าสุดที่ร้องไห้ ไม่ใช่เพราะเศร้า..แต่เป็นการตื้นตันใจ
แต่คืนนี้...ฉันมีน้ำตา......ที่มีต้นเหตุมาจากความเสียใจ
ฟุ้งซ่านไป..ในทุกเรื่อง..ที่ตัวเองคิดว่ามันเลวร้าย
จริงๆ คนเรามักคิดไปก่อน
คิดล่วงหน้าในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น
กังวลในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
คิด...คิด..แล้วเหมือนคนบ้า..ฟุ้งซ่านกับความคิดที่ไม่มีตัวตน
บางคน
คิดมาก เศร้ามาก เสียใจมาก
กับเรื่องที่ผ่านมาแล้ว
เรื่องที่ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไข
ชีวิติไม่มี Undo จะ command Z กลับไปมันไม่ได้
กลไกชีวิตไม่มีระบบไทมแมชชีน มันย้อนไม่ได้
จะเก็บมาทุกข์ไปใยเล่า
ถ้าจะเศร้า..ให้เศร้าในปัจจุบัน...พอแล้ว...
ปัญหามากมายในคืนนี้....
มันจะกลายเป็นเพียงเรื่องที่จะเลือนไปในวันพรุ่งนี้
สิ่งใดที่เลือกแล้ว...
ถาม....ใครเลือก
ตอบ....เราเลือก
พี่มะยมกล่าวไว้...เลือกแล้ว..จะบ่นทำไม..เลือกแล้ว....อย่าบ่น
ถูกของเค้า...เราเลือกเอง...เราตัดสินใจเอง
จงอย่าเสียใจในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจ..อย่าดูถูกตัวเอง
ถ้าเลือกแล้ว ทำแล้ว มันแย่..จงทำให้มันกลายเป็นเรื่องดี
ในบทความพี่มะยม มีกล่าวถึงบทความของ น.พ. เทอดศักดิ์ เดชคง ว่า
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว....สิ่งนั้น..ดี..เสมอ
ในชีวิตนี้ ตลอดอายุ 27 ปีที่ผ่านมา
เรื่องที่ฉันเคยคิดว่ามันผิดมันพลาด มีไม่มากนัก(สำหรับเรื่องใหญ่ๆ)
แต่ถ้านับเรื่องเล็กน้อยนี่..คงมีได้ทุกวัน
ความไม่พอใจ..ต่อบุคคลอื่น..ทราบไหม..ต้นเหตุมาจากใคร
ต้นเหตุ..อยูที่เรา..
อย่าโทษว่า..เค้าทำเราไม่พอใจ
จริงๆ แล้ว
เราเอง..ที่ไม่พอใจเค้า
เค้าไม่ได้ดังใจเรา...เราก็ว่าเค้าผิด..เราก็อารมณ์เสีย
เหตุเพราะไม่ถูกใจในการกระทำ ไม่ถูกใจในคำพูด
ลองนึกสิ....ยกตัวอย่างเรื่องใกล้ตัวนะ
อย่างเรื่องงานกราฟิกชิ้นที่เราชื่นชมนักหนา....เอาไปให้เค้าวิจารณ์แล้วผลออกมาไม่ดี
เราก็เหี่ยวไป..เพราะ คำตอบที่อยากได้..คือคำชม
การที่เราจะชอบใครสักคน....มันเพราะเค้าทำตัวหรือพูดจาถูกใจเรา
คำถามที่ถามคน 10 คน..เราจะเลือกชอบคำตอบ..จากคำตอบที่เราอยากฟัง
ไงดีล่ะ...
ถ้าเราเลือกจะปรึกษาใครสักคน ใน 10 คน เราจะเลือกคนที่เราคิดว่า เค้าจะตอบในสิ่งที่เราอยากได้ยิน
จบไปประเด็นนี้
ฉัน..อาจพูดบางอย่างตรงเกินไป
จนดูไม่รักษาน้ำใจ
เพราะคำพูดตรงๆ นั้น..มันไม่ใช่คำที่พวกเค้านั้นอยากได้ยิน
คนเราน่ะ...ชอบเรื่องราว ชอบคำพูดสวยหรูทั้งนั้นล่ะ (ไม่เว้นแม้กระทั่งฉัน)
ฉันเคยถามใครบางคนว่า..จะเอาความจริง..หรือคำโกหกที่สวยหรูล่ะ
มันดูเหมือนว่า...ฉันเป็นคนโกหกไปซะงั้น..ที่ฉันมีคำโกหกเค้า
รู้งี้...ตอบให้สวยหรูไปซะก็จบ
...................................................................
วกมาเรื่องใกล้หัวใจอีกเล็กน้อย...
ช่วงนี้อยู่ในช่วงสับสน..ระหว่างการเลือกที่จะปลื้มใครจริงจังสักคน
กับการปลื้มห่างๆ อย่างห่วงๆ 555+
ฉันดูจะปลื้มคนโน้นคนนี้ไปเรื่อย..อ๊ะ..ก๊ะคนโสด..
ฉันคิดว่า...การได้ปลื้มกัน คุยกัน ทานข้าวกัน
ในระยะที่มันพอดี ไม่ใกล้ไป ไม่ห่างไป..มันเป็นเรื่องดี
เมื่อใด..ที่มันใกล้ไป..ปัญหามันจะตามมา
ฉันคงเหมาะกับการอยู่คนเดียวเสียมากกว่า
ชีวิตอิสระมันสวยงามจนเกินกว่าจะสูญเสีย
ฉันไม่ใช่คนเจ้าชู้..ฉันไม่ได้มีแฟนหรือมีกิ๊กเยอะแยะอย่างที่หลายคนคิด
เพียงแค่..ฉัน..มองเห็นปัญหา(ชูวิทย์ซะง้านนน55+)
ฉันเคยปลื้มใครคนนึงมากๆ จนต้องทุกข์ใจ
ทุกข์ยังไง..
ทุกข์เมื่อ..เค้าทำเราไม่พอใจ
ทุกข์เมื่อ..เราแคร์เค้ามากไปโดยที่เค้าไม่แคร์เรา
เพราะฉะนั้น...ฉัน...จะไม่แหย่เท้าลงไปในความทุกข์
โดยอัตราเฉลี่ยของการทุกข์นั้น คิดเป็นอัตราส่วนคร่าวๆ ได้ว่า
อยู่คนเดียว 3 ปี เหงาจนถึงขนาดร้องไห้ 5 ครั้ง
มีแฟน 3 ปี ง้องแง้งกันจนต้องร้องไห้ 20 ครั้ง
เห็นมะ..โสดเถอะ..ไม่ต้องเสียน้ำตาไปมากถึง 4 เท่า..ช่วงนี้ประหยัดอะไรได้ก็ประหยัด
เอาล่ะ...โสดกันต่อไป..ตอนนี้เลิกเสร้าระ เหอๆ
สบายดีป่ะ